วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

การติดตั้ง Ubuntu บน VM ware

ขั้นตอนการติดตั้ง Ubuntu 7.04 บน VM Ware Server 1.03

1.  เปิดโปรแกรม VM Ware Server ขึ้นมา

2.  ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการถามว่าจะ Connect การใช้ VM (Virtual Machine) จากที่ใด 
                                            ก็ให้เลือกจาก Local host ได้เลย    

3.  ต้องทำการสร้าง VM ขึ้นมาใหม่ โดยให้ไปคลิ๊กที่ File > New > Virtual Machine...

                    4.  ต่อไปก็เริ่มทำการสร้าง VM ให้เราคลิ๊ก Next

                     5.  เลือกชนิดของการตั้งค่าเป็น Typical แล้วคลิ๊ก Next

6.  เลือกชนิดของระบบปฏิบัติการที่เราจะลงเป็น Linux และเลือก Version เป็น Ubuntu

                       7.  ตั้งชื่อของ VM และสถานที่ที่เก็บไฟล์ VM ของเรา

8.  เลือกชนิดของการเชื่อมต่อเครือข่ายของเราเป็น Use bridged networking แล้วคลิ๊ก Next ไปขั้นตอนต่อไป

9.  ขั้นตอนนี้จะเป็นการเลือกขนาดของฮาร์ดดิสก์ของ VM ของเรา ให้เลือกได้ตามเท่าที่ฮาร์ดดิสก์ของเราอำนวยเลย และให้เอาติ๊กถูกตรง Allocate all disk apace now ออก เพื่อจะได้ไม่จองพื้นที่ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มทำการสร้าง VM ครับ ส่วนการตั้งค่าที่เหลือ ให้คงไว้เหมือนเดิม แล้วคลิ๊กที่ Finishได้เลย
















วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ข้อสอบกลางภาค^^


1. จงอธิบายคำศัพท์คอมพิวเตอร์ต่อไปนี้ (10 คะแนน)
1.1      Boot Sector คือ ส่วนของแผ่นจานบันทึกที่เก็บคำสั่งที่ใช้ในการปลุกเครื่อง ถ้าส่วนนี้เสีย (อ่านไม่ได้) คอมพิวเตอร์ก็จะไม่ทำงานเลยตั้งแต่ต้น
1.2      Multiuser คือ ระบบที่ช่วยแยกคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวให้ผู้ใช้สามารถใช้งานพร้อมกันได้หลายคน
1.3      Multiprogramming คือ การที่คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวสามารถทำโปรแกรมพร้อมกันได้มากกว่า 2 โปรแกรมขึ้นไป
1.4      Caching คือ หน่วยความจำชนิดหนึ่ง ซึ่งจะมีความเร็วในการเข้าถึงและการถ่ายโอนข้อมูลที่สูง โดยจะมีหน้าที่ในการเก็บ พัก ข้อมูลที่มีการใช้งานบ่อยๆ เพื่อเวลาที่ CPU ต้องการใช้ข้อมูลนั้นๆ จะได้ค้นหาได้เร็ว โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องไปค้นหาจากข้อมูลทั้งหมด 
1.5      Compiler คือภาษาระดับสูงซึ่งทำหน้าที่แปลโปรแกรมที่เขียนขึ้นให้เป็นภาษาเครื่อง จากนั้นจึงนำเอาโปรแกรมที่แปลเสร็จแล้วเข้าไปเก็บในหน่วยความจำ
1.6      Time Sharing System คือ สามารถให้บริการผู้ใช้หลายคนได้พร้อมๆกัน โดยให้ผู้ใช้แต่ละคนสลับกันเข้าไปใช้งานซีพียู
1.7      Parallel System คือ ระบบคู่ขนาน คือ ระบบมัลติโปรเซสเซอร์ ที่มีซีพียูมากกว่า 1 ตัว ในการติดต่อสื่อสา
1.8      Interrupt คือ ความสามารถในการทำให้ไมโครโปรเซสเซอร์หยุดพักจากงานที่กระทำอยู่ในปัจจุบัน แล้วกระโดดไปทำงานอีกงานหนึ่งจนเสร็จแล้ว จึงกระโดดกลับมาทำงานชิ้นเดิมที่หยุดพักไว้ต่อไป
1.9      Real Time System คือ ระบบเวลาจริง (Real-time system) หมายถึงการตอบสนองทันที แบ่งได้ 2 ระบบ
1. Hard real-time system เป็นระบบที่ถูกรับรองว่าจะได้รับการตอบสนองตรงเวลา และหยุดรอไม่ได้
2. Soft real-time system เป็นระบบ less restrictive type ที่สามารถรอให้งานอื่นทำให้เสร็จก่อนได้ 
1.10     Track คือ การบันทึกจุดเป็นอนุกรมไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางใดๆ ที่คุณเดินทาง โดยที่ Triton จะบันทึกจุดต่างๆเหล่านี้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ



2. จงจัดลำดับชั้นของหน่วยเก็บข้อมูลตามความเร็ว พร้อมทั้งอธิบายมาพอเข้าใจ (10 คะแนน)
ก. Electronic disk              ข. Magnetic disk                                ค. Magnetic tape                                ง. Registers 
จ. Main Memory (ROM, RAM)    ฉ. Cache               ช. Optical disk
ตอบ       ง. Registers คือ หน่วยความจำ RAM ประเภทหนึ่ง
                ฉ. Cache คือ หน่วยความจำชนิดหนึ่ง
                จ. Main Memory คือ หน่วยความจำหลัก
                ก. Electronic disk คือ หน่วยเก็บข้อมูลแบบชั่วคราว
                ข. Magnetic disk คือ จานแม่เหล็ก
                ช. Optical disk คือ ใช้เทคโนโลยีของแสงเลเซอร์
                ค. Magnetic tape คือ เทปแม่เหล็ก

3. ให้นักศึกษาอธิบายระบบปฏิบัติการที่นักศึกษารู้จักมา 2 ระบบ โดยเป็นระบบที่ทำเพื่อการค้าและระบบรหัสเปิด (Open Source) หรือที่แจกให้ใช้ฟรีมาอย่างละ 1 ระบบโดยให้อธิบายให้เข้าใจมากที่สุด ทั้งแง่ของจุดเด่นจุดด้อยของระบบ (10 คะแนน)           
 ตอบ   1. OSCommerce โปรแกรมเปิดบริการค้าขายออนไลน์ที่พัฒนานาตามแนวคิดโอเพนท์ซอร์ท สามารถนำไปติดตั้ง และเปิดบริการได้โดยไม่มีค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ สามารถทำงานบน apache ที่บริการ php และ mysql ได้เป็นอย่างดี ถูกออกแบบให้ทำงานได้ ในหลายระบบปฏิบัติการทั้ง Linux, Mac และ Windows 
2.  FreeBSD เป็นระบบปฏิบัติการ ที่มีความสามารถสูง สามารถติดตั้ง และสนับสนุนการทำงานในหลาย Platform เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้รันเซิร์ฟเวอร์อย่างแพร่หลาย


4. นักศึกษากล่าวถึงความสำคัญ หน้าที่ หรือประโยชน์ของระบบปฏิบัติการ (Operating System) มาให้เข้าใจมากที่สุด        (10 คะแนน)
ตอบ  เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ประยุกต์ทั่วไป ระบบปฏิบัติการมีหน้าที่หลัก ๆ คือ การจัดสรรทรัพยากรในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้บริการซอฟต์แวร์ประยุกต์ ในเรื่องการรับส่งและจัดเก็บข้อมูลกับฮาร์ดแวร์ เช่น การส่งข้อมูลภาพไปแสดงผลที่จอภาพ การส่งข้อมูลไปเก็บหรืออ่านจากฮาร์ดดิสก์ การรับส่งข้อมูลในระบบเครือข่าย การส่งสัญญาณเสียงไปออกลำโพง หรือจัดสรรพื้นที่ในหน่วยความจำ ตามที่ซอฟต์แวร์ประยุกต์ร้องขอ รวมทั้งทำหน้าที่จัดสรรเวลาการใช้หน่วยประมวลผลกลาง ในกรณีที่อนุญาตให้รันซอฟต์แวร์ประยุกต์หลายๆ ตัวพร้อมๆ กัน
หน้าที่ของระบบปฏิบัติการ
1 การติดต่อกับผู้ใช้ (User interface)
2 ควบคุมดูแลอุปกรณ์ (Control devices)
3 จัดสรรทรัพยากร (Resources management)



วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

thaicyberu


วิชาที่ลงทะเบียนเรียนในเว็บไซต์
www.thaicyberu.go.th



1. วิชาการวิเคราะห์และโปรแกรมเชิงวัตถุ เหตุผลที่เลือกเรียนเพราะ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ที่มีอยู่ให้มากยิ่งขึ้น จะได้เข้าใจเนื้อหาในบทเรียนให้มากขึ้น
2. ออกแบบกราฟิก เลือกเรียนเพราะ สนใจในด้านของกราฟิก อยากทำรูปภาพหรือการ์ตูนในรูปแบบของกราฟิก

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เทคนิคคอมพิวเตอร์

เทคนิคคอมพิวเตอร์
ขั้นตอนของการจัดเรียงข้อมูลในไดร์ฟต่างๆ
1. ไปที่ Start แล้วก็ Run
2. พิมพ์คำว่า cmd แล้วกด Enter
3. จะปรากฏหน้าต่าง
4. พิมพ์คำว่า defrag c: แล้วกด Enter (ถ้าต้องการจัดเรียงข้อมูลในไดร์ฟไหน สามารถกำหนดได้ที่หลัง defrag)
5. จะปรากฏข้อความที่ทำการจัดเรียงไดร์ฟเสร็จเรียบร้อย



ประโยชน์
ความเร็วในการอ่านข้อมูลของไฟล์นั้น จะมีการอ่านข้อมูล ได้เร็วขึ้น

วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2554

แบบทดสอบก่อนเรียน

1. จงให้คำนิยามของคำศัพท์ต่อไปนี้

1.1 Computer คือ อุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการจัดการกับข้อมูลที่อาจเป็นได้ ทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนความหมายในสิ่งต่าง ๆ
1.2 Data คือ ข้อเท็จจริงของสิ่งที่เราสนใจทั้งที่เป็นตัวเลข ข้อความ หรือรายละเอียดซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบต่าง  เช่น ภาพ เสียง วีดิโอ
1.3 Information คือ กลุ่มของข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลแล้ว เพื่อให้ข้อมูลเหล่านั้นมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น
1.4 Information Technology (IT) คือ เทคโนโลยีในการนำคอมพิวเตอร์มาใช้งานจัดการกับข้อมูล ข่าวสาร
1.5 Operating System (OS) คือ เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ประยุกต์ทั่วไป 
1.6 Package Software  คือ โปรแกรมสำเร็จรูป สร้างขึ้นเพื่อใช้ในสำนักงานทั่วๆไป
1.7 Application Software คือ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้กับงานด้านต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้ใช้ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้โดยตรง เช่น ซอฟต์แวร์ประมวลคำ
1.8 Extranet คือ ระบบเครือข่ายซึ่งเชื่อมเครือข่ายภายในองค์กร หรือ อินทราเน็ต (Intranet) เข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ภายนอกองค์กร
1.9 Intranet คือ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบภายในองค์กร ใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในการใช้งานอินทราเน็ตจะต้องใช้โปรโตคอล IP เหมือนกับอินเทอร์เน็ต สามารถมีเว็บไซต์และใช้เว็บเบราว์เซอร์ได้เช่นกัน
1.10 Expert System คือ ระบบผู้เชี่ยวชาญ คือระบบคอมพิวเตอร์ ที่จำลองการตัดสินใจของมนุษย์ ผู้เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่ง โดยใช้ความรู้และการสรุปเหตุผลเชิงอนุมานในการแก้ปัญหายากๆ ที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ

2. จากรูปจงอธิบายการทำงานของส่วนประกอบของ  Computer ต่อไปนี้
เมื่อคอมพิวเตอร์รับข้อมูลหรือรับคำสั่งจากผู้ใช้เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว จะทำการจัดเก็บข้อมูลไว้ที่หน่วยความจำหลัก จากนั้น CPU จะทำการประมวลผลตามคำสั่งจากผู้ใช้  และผู้ใช้อาจจะทำการจัดเก็บข้อมูลไว้ที่หน่วยความจำสำรองเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย แล้วจะทำการแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล


3. จงยกตัวอย่างส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

a. Input Unit   เช่น เมาส์ คีย์บอร์ด สแกนเนอร์ เครื่องอ่านบาร์โค้ด จอยสติ๊ก ไมโครโฟน
CPU  ภายในประกอบด้วย  2  ส่วนหลักๆ คือ 
              หน่วยควบคุม (Control Unit) และ
         หน่วยคำนวณ (Arithmetic Logic Unit)
b. Main Memory แบ่งเป็น 2 แบบหลักๆ คือ 
            รอม (ROM : Read Only Memory) และ
            แรม (RAM : Random Access Memory)
c. Secondary Storage ช่น ฮาร์ดดิสก์ ฟลอปปีดิสก์ ซีดีรอม ดีวีดี จานแม่เหล็ก
d. Output Unit  เช่น จอภาพ เครื่องพิมพ์ อุปกรณ์ฉายภาพ ลำโพง

4. จงยกตัวอย่างระบบปฏิบัติการที่นักศึกษารู้จักมา 3 ระบบ
1. ดอส (DOS)
2. ลินุกซ์ ( Linux)
3. แมคโอเอส ( Mac OS)

5. จงบอกประโยชน์ของระบบปฏิบัติการมา   5    ข้อ
1. ควบคุณอุปกรณ์และการทำงานของคอมพิวเตอร์
2. จัดสรรทรัพทยากรในระบบ
3. ผู้ใช้งานสามารถเรียกใช้งานโปรแกรมได้พร้อมกันหลาย ๆ โปรแกรม
4. คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างมีเสถียรภาพสูงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากระบบปฏิบัติการทำหน้าที่ดูแล
    จัดสรรทรัพยากรให้โปรแกรมต่างๆ
5. ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้และใช้คอมพิวเตอร์ได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องศึกษา
    ข้อมูลทางเทคนิคมากมายนัก
















วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

ระบบเครือข่ายขนาดเล็ก

การเชื่อมต่อเครือข่ายขนาดเล็กด้วยโมเด็ม

การเชื่อมต่อแบบนี้ จะติดตั้งง่ายและถูกที่สุด โดยในการสร้างระบบเครือข่ายนั้น เราเพียงแค่กำหนดอยู่แค่สองส่วนคือ “ค่า IP Address” เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องให้อยู่ในกลุ่มเดียวกัน และเชื่อมต่อมายัง Hub/Switch โดยมีเครื่อง 1 เครื่อง(ที่ต่อโมเด็มอยู่) เป็นเครื่องที่เชื่อมต่อไปยังเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แล้วทำการเปิดบริการ Internet Connection Sharing (ICS) เพื่อทำการแชร์อินเทอร์เน็ตให้เครื่องลูกข่ายภายในเวิร์กกรุ๊ป (Workgroup) เดียวกัน การเชื่อมต่อลักษณะนี้เหมาะสมสำหรับองค์การที่มีแผนกเดียว



การเชื่อมต่อเครือข่ายขนาดเล็กบน NAT
              NAT ย่อมาจากNetwork Address Translation เป็นวิธีการเปลี่ยนแปลงไอพีจริงมาเป็นไอพีปลอม หรือเปลี่ยนจากไอพีปลอมวงหนึ่งไปเป็นไอพีปลอมอีกวงหนึ่งโดยในการทำ NAT นั้น เราติดตั้งระบบ Windows Server 2000/2003(Routing and Remote Access)หรือ (Linux Server(IPABLES)แล้วเปิดบริการ NATส่วนมีการติดตั้ง LAN CARD สองใบ โดยใบแรกต่ออยู่กับ ADSL(ขานอก-eth0) ส่วนใบที่สองต่อเข้ากับ Hub/Switch (ขาใน-eth1)เพื่อจ่ายไอพีให้เครื่องลูกเครื่องอื่นๆ
              วิธีนี้จะเป็นไอพีเครือข่ายขนาดเล็กที่สุด และมีความปลอดภัยมากสุดเช่นกัน เพราะที่เครื่องที่ NATเราสามารถตืดตั้งโปรแกรม AntiVirus หรือ Firewall ป้องกันอันตรายต่างๆ ก่อนเข้าสู่เครื่องลูกข่ายได้ จะว่าไปแล้ว ก็เป็นการลงทุน ที่ไม่มีมากมายอะไร เพราะเครื่องซีพีในปัจจุบันราคาถูกลงมาก




ระบบเครือข่ายขนาดใหญ่
            เป็นระบบเครือข่ายที่มีเครื่องลูกข่ายจำนวนมาก และอาจมีการแบ่งเครือข่ายเป็นส่วนย่อย ๆ ตัวอย่างเช่น ระบบธนาคาร, บริษัทปูนซีเมนต์ไทย ,บริษัทการบินไทย , บริษัทไอบีเอ็ม,กรมสรรพากร, เป็นต้น ในการออกแบบระบบเครือข่ายแบบนี้จะมีความสลับซับซ้อนมากและคำนึงถึงระบบความปลอดภัยเป็นหลัก
การออกแบบระบบเครือข่ายขนาดใหญ่โดยใช้ Router
            ระบบเครือข่ายขนาดใหญ่เป็นระบบที่มีความสลับซับซ้อนพอสมควร แต่ละบริษัทจะมีการออกแบบที่ไม่เหมือนกันโดยทั่วไประบบเครือข่ายขนาดใหญ่จะมีการแบ่งกันอย่างชัดเจน ระหว่างห้องเซิร์ฟเวอร์ (Server Farm) และส่วนของฝั่งลูกข่าย (Client)
            ระบบขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่จะมีสาขาย่อยตามต่างจังหวัด เชื่อมต่อมายังหน่วยงานกลางที่กรุงเทพฯ ผ่านทางสื่อที่เรียกว่า  เร้าเตอร์ (Router)  การใช้เร้าเตอร์ต้องมีการเช่าสัญญาณ Leased Line ด้วย



              การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายขนาดใหญ่โดยใช้เร้าเตอร์
 การออกแบบระบบเครือข่ายนั้น ก็ขึ้นอยู่ว่าผู้ว่าผู้ดูแลระบบเข้าทำงานในบริษัทขนาดใด ในขั้นนี้คิดว่าคงพอมองภาพเกี่ยวกับการออกแบบระบบเครือข่ายขนาดต่างๆ  กันแล้ว โดยในการออกแบบระบบเครือข่ายนั้นผู้ดูแลระบบควรศึกษาและรู้จักสัญญาลักษณ์ต่างๆ
ในระบบเครือข่ายกันว่า เขาใช้สัญญาลักษณ์อย่างไรกันบ้าง สำหรับในรูปที่ผ่านมาจะเห็นว่า ผู้เขียนยังไม่วาง Firewall และ IDS โดยในส่วนนี้จะกล่าวอีกครั้งในขั้นตอนสุดท้าย คือขั้นตอนที่ 10
                โปรแกรมที่นิยมในการออกแบบระบบเครือข่ายในปัจจุบันคือ Microsoft Visio โดยใน Visio จะมีสัญญาลักษณ์ในการออกแบบระบบเครือข่ายอย่างครบครันในฐานะเป็นผู้ดูแลระบบเครือข่าย จำเป็นต้องศึกษาและใช้งานเครื่องมือตัวนี้ให้คล่องเช่นกัน